เริ่มนับหนึ่ง!!! ศึก English Premier League 2017/18

กีฬาและสุขภาพ

by Maxrio



15 ส.ค. 2560 : 17.09 น.

เพียงแค่ผ่านนัดแรก ก็มีอะไรให้พูดถึงกันมากมาย มีประเด็นอะไรบ้างไปดูกัน

รูดม่านเปิดฉากเรียบร้อยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับศึกฟุตบอลที่เข้มข้นที่สุดในโลกอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และเพียงแค่นัดแรกก็มีประเด็นให้เราสังเกตและเป็นที่วิจารณ์กันพอสมควรแล้ว

มันจะมีประเด็นอะไรให้พูดถึงกันบ้างหลังผ่านนัดแรกของทุกทีม ไปลุยกันเลย...

ถ้าจะเริ่ม ก็ต้องเริ่มจากทีมที่ผลงานร้อนแรงที่สุดในนัดเปิดหัว แย่งพื้นที่สื่อไปซะหมดเลยอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันก่อน

ต้องบอกว่าสมควรได้รับคำชมและปรบมือดังๆ สำหรับการเสริมทัพของพวกเขาทั้ง โรเมลู ลูกากู และ เนมานย่า มาติช ซึ่งแม้ว่าทั้งสองคนนี้ต้องทำให้คลังสโมสรปีศาจแดงวอดวายไปถึง 115 ล้านปอนด์ แต่หากจะบอกว่ามันเป็นการเกาที่ถูกที่คันชะมัด ก็คงไม่ผิดนัก

การมาของลูกากู แน่นอนว่าลดปัญหาปืนฝืดของทีมลงไปได้ จากปีก่อนมีหลายนัดที่ทีมเสมอแบบน่าจะชนะ เพราะจบสกอร์ไม่คมกันเอง ปีนี้หากสถิติการยิงประตูของลูกากูไม่ตกลงไป เชื่อว่าปีศาจแดงมีลุ้นกันแบบยาวๆ เลย อ้อ นี่ยังไม่นับว่า อิบรา อาจจะกลับมาในช่วงปีใหม่อีกคนด้วยนะ

ส่วนในรายของมาติช รางวัลตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตช์ในนัดแรกคงบ่งบอกคุณภาพของดาวเตะเซิร์บผู้นี้ได้อยู่แล้ว แดนกลางที่เคยสะเปะสะปะ เล่นกันแบบขาดระบบระเบียบ กลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง รวมถึงจะเพิ่มความสมดุลย์ในการโรเตชั่นนักเตะ เพราะต้องเล่นหลายถ้วยได้อีกด้วย เอาว่าหลังจากผ่านนัดแรก ปีศาจแดง ถือว่าร้อนแรงและน่าจับตามอง

สลับมายังทีมร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กันบ้าง โจทย์แรกหลังจากกุนซือเป๊ป ยอมทุ่มเงินกว่า 200 ล้านปอนด์ เสริมทัพหลายจุด แน่นอนว่าปีนี้หมดสิทธ์ที่จะจบซีซั่นแบบมือเปล่า เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเหล่าชีคเจ้าของทีมบอก ทางใครทางมันแน่นอน

และก็ดูเหมือนเขาจะเน้นมากขึ้น และบริษัทรับพนันก็ปรับเรตให้พวกเขาเป็นเต็ง 1 เสียด้วย โดยชัยชนะแบบไม่ระบมหัวแม่เท้า 2-0 ในเกมเปิดซีซั่น ก็ยังพอจะบอกได้ว่าซิตี้ ไม่ได้เสียกระบวนอะไรมากจากการเสริมทัพ ปัญหาเดียวคือสปิริตทีม ที่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้มีมันอยู่จริง จะมีใครสักคนหรือเปล่าที่วิ่งลืมตายเพราะภูมิใจที่ได้สวมเสื้อซิตี้ มิใช่ถูกขับเคลื่อนด้วยฟ่อนธนบัตรและค่าเหนื่อยก้อนโตของพวกเขา?

ตรงนี้เป็นหน้าที่ของเป๊ปที่ต้องสร้างมันขึ้นมา หากอยากประสบความสำเร็จระยะยาว พวกเขามีทุกอย่างแล้ว มีเงิน มีขุมกำลัง ดังนั้นตัวกุนซือจึงต้องปรุงแต่งให้เข้าที่

----------------------------------------------

เราพูดถึงแต่ทีมที่มีแนวโน้มดีมาแล้วสองทีม มาถึงทีมที่ออกสตาร์ทได้น่าเป็นห่วงกันบ้าง ทีมแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แชมป์เก่า เชลซี นี่เอง

ดูเหมือนจะเป็นช่วงพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกอย่างแท้จริงสำหรับทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ เพราะตั้งแต่ได้แชมป์มาจนในช่วงปิดซีซั่น ทีมก็มีปัญหาไม่หยุดหย่อน อย่างที่เราได้ทราบข่าวกันนั่นแหละ ทั้งความขัดแย้งของดีเอโก้ คอสต้า หรือกระทั่งข่าวลือที่ว่าคอนเต้ ชักไม่พอใจสโมสรที่เดินเกมในตลาดนักเตะผิดพลาดไปหมด ขายตัวที่เขาไม่อยากขาย แถมซื้อตัวก็ไม่ใช่เป้าหมายแรกๆ ที่เขาต้องการ

แม้ผลการแข่งขันในนัดแรกจะออกมาแพ้คาบ้าน แต่พวกเขาก็พอจะมีจุดให้ได้อ้างบ้าง เพราะการโดนใบแดงของ แกรี่ เคฮิลล์ ตั้งแต่นาทีที่ 14 แต่อย่างไรก็ตามต้องบอกว่ามันเสียหายหลายแสน ในแง่สปิริตของทีมที่ยังไม่ลงตัว 

กระนั้นยังพอจะมองได้ว่าเหล่าตัวหลักของพวกเขาก็ยังไม่กลับมาเลยทั้ง เอแด็น อาซาร์ (เจ็บ) ติมู ยากาโยโก้ (เจ็บ) หรือแม้แต่สำรองฮีโร่ในนัดก่อน อัลบาโร่ โมราต้า ที่ยังไม่ฟิตเต็มที่ อย่างไรก็ตามเรามองว่าถ้าขุมกำลังของพวกเขากลับมาพร้อมทุกจุด เชลซีก็ยังจะรักษามาตรฐานทีมลุ้นแชมป์ไปได้จนจบซีซั่น

เพียงแต่เวลามันไม่คอยท่า ต้องกลับมาให้เร็วที่สุด ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว....

มาถึงทีมสุดท้ายที่เราจะพูดถึง และคงเป็นทีมที่เซ็งกับผลการแข่งขันนัดเปิดซีซั่นมากที่สุดแล้ว อย่างลิเวอร์พูล

นับเป็นมรสุมโดยแท้นับตั้งแต่แข้งคนสำคัญ เฟลิเป้ คูตินโญ่ ประกาศว่าต้องการย้ายทีม ทั้งที่กุนซื้อคล็อปป์ กำลังจะสร้างทีมในระยะยาว โดยมรเขาเป็นศูนย์กลางแท้ๆ โดยจนถึงตอนนี้ปัญหาก็ยังไม่จบ ไร้ข้อสรุปว่าจะรั้งได้ หรือจะทางใครทางมัน

อันที่จริงผลเสมอ 3-3 กับวัตฟอร์ด มันไม่ใช่เรื่องใหม่ของลิเวอร์พูลเลย มันปัญหาเดิมๆ ชัดเจนมากจากซีซั่นก่อน คือพวกเขาเป็นทีมที่พร้อมจะชนะ และแพ้ได้ทุกทีม โดยเฉพาะทีมที่มีขนาดเล็กกว่า ตามสถิติพบว่าลิเวอร์พูล แทบกวาดแต้มเป็นว่าเล่นเมื่อเจอทีมระดับลุ้นแชมป์ แต่กลับทำแต้มหกเรี่ยราดเมื่อเจอทีมที่ชื่อชั้นต่ำกว่า

รวมถึงความยวบในแนวรับที่พร้อมเสียประตูเสมอโดยเฉพาะลูกตั้งเตะ การเสริมทัพในตำแหน่งตัวรับที่เล็งไว้อย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ ก็ไม่มีทีท่าจะสำเร็จลุล่วง นี่ถ้าสุดท้ายไม่ได้ใครมาเสริมทัพ แถมต้องเสียคูตี้ไปจริงๆ อาจจะบอกได้เต็มปากเลยว่าน่าเป็นห่วงสถานการณ์ในปีนี้ของลิเวอร์พูลจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตาม กุนซือของพวกเขาก็เป็นนักสู้ ที่ก็คงจะไม่ยอมให้สถานการณ์มันเป็นแบบนี้นานนัก แผนหนึ่งแผนสองต้องถูกร่างขึ้นมา ถ้าเสียไป จะเอาตัวไหน ถ้าไม่ได้ใคร ฝืนใจกันก็อาจต้องรั้งตัว ไม่ว่าจะเกิดอไรขึ้น แฟนบอลก็ยังหนุนหลังเสมอ

----------------------------------------------

ส่วนสองยักษ์ลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล และ สเปอร์ส ก็ยังถือว่าอยู่ในมาตรฐานของตัวเอง เก็บชัยได้ทั้งคู่ แม้ว่าจะเสริมทัพกันไม่เยอะ แต่ก็ยังอยู่ในสถานะพร้อมไฝว้กับทุกทีมเสมอ เพียงแค่นัดแรก เราก็เห็นเค้าลางความมันส์ของพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้กันแล้ว ติดตามกันต่อไปยาวๆ อีก 7 เดือน จนกว่าจะปิดซีซั่น

และระหว่างนี้ถ้าวีคไหนมีประเด็นน่าสนใจให้มาพูดคุยกัน เราก็จะไม่พลาดแน่นอน

สกู๊ปพิเศษ